นั่งมอเตอร์ไซคIด้มั้ย ถ้าได้จะไปส่ง

พูดมาก่อน
“นั่งมอเตอร์ไซคIด้มั้ย ถ้าได้จะไปส่ง” “มอเตอร์ไซค์…ตอนฝนตกเนี่ยนะ”
“จะไปหรือไม่ไป หรือจะไปนั่งอยู่ที่ป้อม แต่ผมว่าคุณยายคุณคงไฝสบายใจ นักหรอก ถ้ารู้ว่าหลานสาวคนโปรดต้องมานั่งตากฝนม่อลอกม่อแลกอย่างนี้”
เซอะ.’ ทำเป็นเอาคุณยายมาอ้าง กาซะลองคอแข็ง อยากจะว่าให้เจ็บๆ แสบๆ คืนไปบ้าง แต่ที่ทำได้คือหุบปากสนิท เดินตามร่างสูงใหญ่ที่จํ้าอ้าวไปยัง มอเตอร์ไชค์ที่จอดอยู่ ก็ผู้ชายคนนี้เหมือนคนอื่นซะทิ่ไหน ขืนไปออกฤทธึ๋ออก เดชมาก เขาก็คงทิ้งหล่อนไว้ข้างทางเหมือนอย่างที่เคยทิ้งมาแล้วนั่นแหละ แม่แรงไฟฟ้า
นี่ถ้าไม่เป็นเพราะความห่วงคุณยาย จ้างให้หล่อนก็ไม่ง้อหรอก
ศกรหันไปสั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชา จ่าเมฆและเพื่อนพ้องตะเบ๊ะรับ แต่ แอบกระซิบปนหัวเราะคิกคัก
“ระวังจะหลงเสน่ห์ดาราดังนะผู้กอง”
“บ๊ะ เจ้านี่ ประเดียวโดนอัด ไปทำงานที่สังแล้วพๅเงนี้เจอกันที่โรงพัก”
“แล้วทำไมต้องพรุ่งนี้ด้วยล่ะผู้กอง” จ่าเมฆยังไม่วายแหย่ ศกรตีหน้าเข้ม
“จะไปทำงานตามที่สั่งหรือว่าจะย้าย”
“ทำงานครับผู้กอง!” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์
นี้าเสียงที่ตอบจริงจัง แต่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาแอบยิ้มยามพูด ขบวนการ ตีหน้าดุหน้าเข้มไม่มีใครเกินผู้กองศกร แต่ความใจนักเลงมีนี้าใจของผู้กองก็ได้ขึ้น ชื่อว่าเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน
กาซะลองแอบเบ้ปาก เฮอะ ก็แค่ผู้กอง ทำเป็นเต๊ะ
“เร็วคุณ!” เขาหันมาดุหน้าเคร่ง
“ฉันช้าที่ไหนเล่า ที่ช้าก็เพราะว่ารอคุณนั่นแหละ” หญิงสาวเบ้ปากให้เห็น ชัดๆ ก่อนเดินไปเปิดประตูรถหยิบสัมภาระส่วนตัวมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขา ศกรยื่นหมวกกันน็อคให้ แต่เมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของหญิงสาว มือคร้ามใหญ่ ก็ยื่นมาจัดการให้ กาซะลองคอแข็ง รีบเมินสายตาคมๆ ที่มองตรงมา แต่ กระนั้นยังรู้สืกเหมือนมีผืนผ้าใบมาคลุมทับร่างเบาๆ เสียงเข้มสำทับ
“ใส่เสือกันฝนซะ หมวกใบแค่นี้กันอะไรไม่ได้หรอก”
ชาวบ้านเขารู้กันดี คุณเองก็น่าจะรู้!” นํ้าเสียงนั้นกึ่งตำหนิ แต่เพียงชั่วครู่เสียง ห้าวๆ ก็พูดต่อ “อ้อ ขอโทษที ลืมไป คุณไม่ได้มาที่นี่เป็นสิบๆ ปีแล้วนี่”
“ใครบอกว่าฉันไม่มา!” แม่แรงตะเข้
“งั้นคุณมางั้นรึ”
เหมือนมีรอยยิ้มเยาะจนคนถูกมองหน้าร้อนผ่าว อีตาศกรบ้า/ ทำมาเป็นรู้ดี “ฉันจะมาหรือไม่มา คุณจะรู้ได้ยังไงไม่ทราบ”
ศกรต้องกลั้นยิ้มขำกับอาการเชิดหน้านั้น หล่อนจะรู้ตัวบ้างไหมหนอ ว่า ดาราสาวชื่อดังในวันนี้ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกับเด็กหญิงกาซะลองเมื่อวันก่อนเลย แม่ลูกเป็ดขี้เหร่ของนายศกร!
“นั่นสินะ” เขาพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเหมือนไม่สนใจ แต่กาซะลองรู้ ขบวนการเจ้าเล่ห์รู้ทันไม่มืใครเกินนายศกรคนนี้หรอก
ร่างสูงใหญ่เดินห่างไปจากหล่อนเพื่อจัดการกับการทำงานต่อ กาซะลอง เดินเลี่ยงไปยืนหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ รอบบริเวณเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียง สายฝนที่เทกระหนํ่า สายฝนยามเมื่อสัมผัสกระทบกับผีนผ้าใบของร่มคันจิ๋วยิ่ง ดังก้องกังวาน
เหลือบสายตามองไปทางศกร ร่างสูงใหญ่ยังคงสาละวนกับต้นไม้ใหญ่นั้น เสียวหน้าคมเข้มเคร่งเครียด ไม่ส่อเค้าความขี้เล่นช่างยั่วเหมือนเมื่อยามที่เขาอยู่กับ หล่อนแม้แต่นิดเดียว แวบหนึ่งที่กาซะลองอดคิดไปถึงวัยเด็กไม่ได้ เด็กชาย ตัวผอมสูงวันนั้นไม่มีเค้าที่จะเติบโตแข็งแกร่งเป็นนายตำรวจร่างใหญ่เช่นนี้เลย
ก็ยังดีที่เจอเพี่อนเก่า ถึงจะไม่ใช่เพี่อนเกลอก็’ตามเถอะ ไม่เช่นนั้นแล้วป้าน ฉะนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ บรรยากาศรอบข้างในคีนฟ้าคลั่งยิ่งน่ากลัวอยู่ด้วย
“คุณคงไปต่อไม่ได้หรอก รถมันเสีย” เขาเดินมาบอกเสียงเรียบๆ แต่ กาซะลองสะดุ้งโหยง
“เสีย! มันจะเสียได้ยังไง นี่มันรถป้ายแดงนะ ฉันเพิ่งถอยออกมา โฆษณา เขาก็บอกออกดิบดีว่าสมรรถนะดีเยี่ยม บุกปาฝ่าดงแค’ไหนก็ได้ แล้วนี่มันอะไร”
“ไม่รู้สิ ผมไม่ใช่เซลส์ที่ขายรถให้คุณ”
กาชะลองอ้าปากหวอ เห็นมั้ย อีตานี่ ดีด้วยเป็นไม่ได้ ขนาดเพิ่งคิด ในใจแท้ๆ เชียว แต่ยังไม่ทันที่ริมฝืปากเต็มอิ่มจะได้โต้ตอบ คนหน้าเข้มก็ชิง

แม่แรงไฟฟ้า

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s