ฉันขอดูบัตรประจำแม่แรงไฟฟ้าตำแหน่ง

แต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน” คล้ายนาเสียงจะคุ้น แต่ในสถานการณ์เช่นนั้Iม่มีเวลาที่หล่อนจะนึกถึงขุดค้น ความรู้สืกแห่งห้วงนั้น กาชะลองนิ่วหน้า พูดอย่างนีไาเท่ากับเพรู้ว่าหล่อนฟ้น นางเอกละคร และจงโจพูดประซดหล่อนชัดๆ มันน่าจะรายงานเสียโห้เข็ด ในเมื่อ เหล่าเครือญาติของหล่อนก็เป็นถึงนายตำรวจ1หญ่■..ใหญ่กว่าอีตานี”แน่นอน แม่แรงไฟฟ้า •ฉันขอดูบัตรประจำตำแหน่ง จะได้รู้ว่าคุณน่ะเป็นตำรวจจริงหรือปลอม มีมั้ย” แกล้งตีรวนหน้าตาเฉย ได้ผล…เมื่อบุรุษนายนั้นชะงัก แต่เพยงชั่วครู่ก็หยิบบัตรประจำตำแหน่งจาก กระเปาสตางค์ใบจิ่วที่กาซะลองรู้สีกว่าช่างคุ้นตาอย่างเหลือเกินออกมายื่นให้เห็น ตรงหน้า คราวนี้กาซะลองเป็นฝ่ายชะงักบ้างเมื่อปรายตาไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่ บนนามบัตรนั้นอย่างชัดเจน ‘ร.ต.อ. ศกร ศุภเศรษฐ์’ แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ มือแข็งแรงเอื้อมขึ้นไปถอดแว่นดำอันนั้นออก ขณะประสานสายตากับหล่อน “พอจะเชื่อถือได้มั้ยครับ คุณกาซะลอง” เหมือนจะเห็นรอยยิ้มยั่วในแววตานั้น ริมฝีปากเต็มอิ่มเม้มเข้าหากัน อย่างโกรธจัด นิ่กิ่ปีแล้วหนอที่ไม่ใต้เห็นหน้าตาบ้าบอกวนประสาทนี่ อีตาศกร อีตาบ้า อีตาสารผัด…ตามมารังควานฉันอีกแล้ว นี่คงจะหัวเราะเยาะความเบิ่’นเฟอะของฉันอีกล่ะสิ.’ “ต้นไม้มันขวางถนนอย่างนี้ รถของคุณคงยังไปต่อตอนนี้Iม่ได้ ผมว่าคุณ ไปพักที่ป้อมตำรวจก่อนดีมั้ย ให้เจ้าหน้าที่เขาจัดการให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะ ไปไหนค่อยไป” รู้หงรู้วาหล่อนจะใปใหน ยังจะมากวนประสาทอยู่ใด้ “นานมั้ย” ถามเสียงห้วนและกวนประสาทกลับไปบ้าง “เพราะฉันไม่ชอบ คอยอะไรนานๆ” “ก็…แล้วแต่ความร่วมมือของคุณ” กาซะลองค้อนขวับ… Continue reading ฉันขอดูบัตรประจำแม่แรงไฟฟ้าตำแหน่ง

เมื่อไหร่จะหยุดๆ เสียที

มอเตอร์ไซด์คันใหญ่พาหล่อนและเขาแล่นฝ่าพายุฝนออกไป แม้จะมี หมวกกันน็อค แต่กาซะลองยังรู้สึกถึงแรงลมที่พัดมาปะทะใบหน้า ทั้งหนาวทั้งเย็นทั้งมืดจนหงุดหงิด…พายุบ้าอะไร เมื่อไหร่จะหยุดๆ เสียที มองแผ่นหลังกว้างที่อยู่เบื้องหน้า แต่ร่างสูงใหญ่ไม่ได้ไหวติงกับแรงลม นั้นแม้แต่นิดเดียว ศกรยังนั่งนิ่งเป็นสง่า ใช้สมาธิกับการพาพาหนะไปให้ถึง จุดหมาย ชายหนุ่มรู้สึกถึงระยะห่างที่ร่างบอบบางพยายามกันตัวเองเอาไว้ แม่แรงไฟฟ้า โธ่ แม่เจ้าประคุณ เบาะรถก็มีแค่นี้ นั่งซะห่าง ประเดียวก็ได’ลงไปนอน แอ้งแม้งกับพื้นกันพอดี “ถ้าไม่รังเกียจ เกาะหลังผมไว้ได้นะคุณ ประเดี๋ยวจะตก” กาซะลองเบ้หน้า ตอบเสียงดังฟังชัด “ฉันรังเกียจ!” อยากจะหัวเราะดังๆ กับความดี้อดึงของเจ้าหล่อน แต่ร่างของแมวสีดำ ตัวอ้วนใหญ่ที่วิ่งตัดหน้ารถอย่างรวดเร็วทำให้ศกรต้องเบรกรถอย่างกะทันหัน กาซะลองได้ยินเสียงตัวเองร้องวี้ดออกมาอย่างสุดเสียง รู้สึกเหมือนร่าง จะลอยละล่องอยู่ในอากาศ แต่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น หลังก็ลัมผัสกับพํ่นแข็งๆ ในทันที “ไปกับเจ้าหน้าที่ เขาจะไปส่งคุณที่ป้อม” “แล้วรถฉันล่ะ” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ “จะเอาไปด้วยมั้ยล่ะ ถ้าเอาก็ลากซากต้นไมไปด้วย’ ศกรตอบหน้าตาเฉย และไอ้ความที่หน้าตาเรียบเฉยนี่ล่ะที่ทำให้คนฟังแทบร้องกรี๊ด เพราะในความ รู้สึกของกาซะลองมันช่างกวนประสาทเหลือทน ด้ายยย อีตา®กร ในเมื่อตั้งใจกวนประสาทฉัน ฉันก็ไม่ยอมแพ้นายหรอก หล่อนพูดออกไปเสียงห้วน ดวงหน้าไม่ได้มองไปทางเขาเสียด้วยซา… Continue reading เมื่อไหร่จะหยุดๆ เสียที

นั่งมอเตอร์ไซคIด้มั้ย ถ้าได้จะไปส่ง

พูดมาก่อน “นั่งมอเตอร์ไซคIด้มั้ย ถ้าได้จะไปส่ง” “มอเตอร์ไซค์…ตอนฝนตกเนี่ยนะ” “จะไปหรือไม่ไป หรือจะไปนั่งอยู่ที่ป้อม แต่ผมว่าคุณยายคุณคงไฝสบายใจ นักหรอก ถ้ารู้ว่าหลานสาวคนโปรดต้องมานั่งตากฝนม่อลอกม่อแลกอย่างนี้” เซอะ.’ ทำเป็นเอาคุณยายมาอ้าง กาซะลองคอแข็ง อยากจะว่าให้เจ็บๆ แสบๆ คืนไปบ้าง แต่ที่ทำได้คือหุบปากสนิท เดินตามร่างสูงใหญ่ที่จํ้าอ้าวไปยัง มอเตอร์ไชค์ที่จอดอยู่ ก็ผู้ชายคนนี้เหมือนคนอื่นซะทิ่ไหน ขืนไปออกฤทธึ๋ออก เดชมาก เขาก็คงทิ้งหล่อนไว้ข้างทางเหมือนอย่างที่เคยทิ้งมาแล้วนั่นแหละ แม่แรงไฟฟ้า นี่ถ้าไม่เป็นเพราะความห่วงคุณยาย จ้างให้หล่อนก็ไม่ง้อหรอก ศกรหันไปสั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชา จ่าเมฆและเพื่อนพ้องตะเบ๊ะรับ แต่ แอบกระซิบปนหัวเราะคิกคัก “ระวังจะหลงเสน่ห์ดาราดังนะผู้กอง” “บ๊ะ เจ้านี่ ประเดียวโดนอัด ไปทำงานที่สังแล้วพๅเงนี้เจอกันที่โรงพัก” “แล้วทำไมต้องพรุ่งนี้ด้วยล่ะผู้กอง” จ่าเมฆยังไม่วายแหย่ ศกรตีหน้าเข้ม “จะไปทำงานตามที่สั่งหรือว่าจะย้าย” “ทำงานครับผู้กอง!” แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ นี้าเสียงที่ตอบจริงจัง แต่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาแอบยิ้มยามพูด ขบวนการ ตีหน้าดุหน้าเข้มไม่มีใครเกินผู้กองศกร แต่ความใจนักเลงมีนี้าใจของผู้กองก็ได้ขึ้น ชื่อว่าเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน กาซะลองแอบเบ้ปาก เฮอะ ก็แค่ผู้กอง ทำเป็นเต๊ะ “เร็วคุณ!” เขาหันมาดุหน้าเคร่ง “ฉันช้าที่ไหนเล่า… Continue reading นั่งมอเตอร์ไซคIด้มั้ย ถ้าได้จะไปส่ง

“ไม่มีอะไร” เขาลากเสียงยาว

“คงไม่ได้หมายความว่าคืนนี้คุณจะนอนที่นี่นะ!” “ไม่น่า! คืนนี้ผมต้องเข้าเวรแล้วก็จะนอนที่บ้านพักเลย คุณไม่ต้องห่วงหรอก ทำเตียงให้คุณเสร็จแล้วขอเวลาทานข้าวอีกนิด ผมก็จะรีบเผ่นไปทันที” “แล้วทำไมไม่ให้ฉันนอนเตียงนั้น” หล่อนยิงคำถาม นัยน์ตายังจ้องตาเข้มๆ นิ่ง เขาทำท่าเหมือนมีพิรุธอะไรสักอย่าง! “ไม่มีอะไร” เขาลากเสียงยาว แม่แรงไฟฟ้า “ขาเตียงมันไม่ค่อยดี ประเดี๋ยวเวลาคุณนอนเป็นได้ตกเตียงกันพอดี” ศกรตอบอุบสิบ อยากจะหัวเราะกับตาวาวๆ ที่มองมานั้น หล่อนหำท่า อย่างกับเขาเป็นจำเลยชัดๆ แต่พอคิดไปถึงความจริงบางอย่างที่กำลังปิดบังหล่อน หน้าคร้ามเลยต้องทำเป็นเข้มแทน “คุณไปอาบนี้าก่อนเถอะ ที่นี่ตกดึกอากาศจะหนาว แล้วเดี๋ยวออกมาทาน ข้าวกัน ผมจะได้Iปเข้าเวร” เหมือนจะเป็นคำสั่งกลายๆ แวบแรกกาซะลองอยากจะ ‘ขัด, คำสั่งตาม นิสัย แต่พอคิดถึงข้อความท้ายประโยคว่าเขาจะรีบไปทำงาน หญิงสาวเลยต้อง รีบสาวเท้าขึ้นเรือน ก็เรื่องอะไรจะให้เขาอยู่ด้วยนานๆ แค่นี้ก็ใจหายใจควั๋าจะแย่ ถ้าไม่ใช่ เหตุผลที่เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่หล่อนจะต้องรู้ หล่อนคงไม่ยอมมาพักทึ่นี่หรอก แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ เรือนไทยหลังเล็กของศกรแบ่งแยกห้องนอนเป็นสองห้อง นอกนั้นถูก ปล่อยไว้เป็นลานโล่งๆ ห้องครัวอยู่ด้านหลังเยื้องออกไปจากตัวบ้านเป็นสัดส่วน ส่วนห้องนาถูก แยกไว้อีกทางห่างจากตัวบ้านเล็กน้อย โดยมีต้นปีบต้นใหญ่กั้นไว้พร้อมทั้งต้นไม้ ดอกไม้อีกนานาชนิด กลีบสีขาวของดอกปีบดูพร่างกระจ่างตา เหมือนที่คุ้มภูคา กาซะลองที่จะมีลานสีขาวของดอกปีบเป็นบริเวณรอบๆ… Continue reading “ไม่มีอะไร” เขาลากเสียงยาว

ได้ถึงแรงตระหนกเมื่อร่างบอบบางสั่นระริก

มันเป็นห้องนํ้าแบบ ที่ดึงเอาธรรมชาติเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิต ได้อย่างกลมกลืน เห็นหมดว่าลมฟ้าอากาศสุริยันจันทราเป็นอย่างไร อมยิมนิดๆ กับความโรแมนติกของฝ่ายนั้น แต่แล้วกาซะลองต้องหวีดร้อง ออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นดวงตาแดงกํ่าเบิ่งจ้องมาจากด้านบน มันจ้องมองอยู่นิ่ง ด้วยนัยน์ตาแข็งทื่อ หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งเนื้อตัวเย็นเฉียบด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ใจเต้น ระรัวไม่กล้าแม้แต่จะขยับเนื้อตัว รู้สืกเหมือนร่างจะโดนเหวี่ยงออกมาเมื่อมีอ้อม แขนแข็งแรงมาโอบรัดไว้ ศกรสัมผัสได้ถึงแรงตระหนกเมื่อร่างบอบบางสั่นระริก แม่แรงไฟฟ้า “เกิดอะไรขึ้นปีบ” แทนคำตอบ กาซะลองหลับตาปีพยายามแข็งใจชี้มือ ชั้IมIปทางหลังคากระจกใส ตาคมเข้มมองตาม พลันมีเสียงหัวเราะหึๆ ตามมา เมื่อเห็นตัวต้นเหตุ “ตุ๊กแก!” ร่างอ้วนใหญ่ลายเขียวจุดแดงนอนสงบนิ่งอยู่บนนั้น เท้าเหนียวๆ ของมัน เกาะกระจกแน่น ศกรหยิบกิ่งไม้แถวนั้นเขย่งเท้าขึ้นเคาะกระจกสองสามที ตัวอ้วนใหญ่ก็ คลานหายไป ชายหนุ่มโอบร่างโปร่งระหงแน่นเข้า ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมหยิกยาว ซุกอยู่ตรงอ้อมอก กาซะลองยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักๆ ก็ไม่รู้ว่าหัวใจเขาหรือ หัวใจหล่อน! “มันไปรึยัง” หญิงสาวถามเสียงอู้อี้ ยังจำตาแดงกํ่าแข็งๆ ที่มองมายังหล่อน อย่างไม่หวาดหวั่น ก็ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติไหนถึงได้มามองกันอย่างนี้ แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ “ไปแล้ว” เขาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ก้มลงสูดความหอมของเรือนผมนั้น เบาๆ โยกร่างผอมบางไปมาอย่างปลอบประโลม “ขวัญเอ๊ยขวัญมา ตุ๊กแกน่ากลัวมันไปแล้วไปลับ… Continue reading ได้ถึงแรงตระหนกเมื่อร่างบอบบางสั่นระริก

เพียงผ้าปูเตียงกับผ้าห่มผืนหนาที่เจ้าของบ้านวางทิ้งไว้บนเตียง

ศกรไปทำงานแล้วเมื่อกาซะลองกลับเข้าห้อง หญิงสาวรอจนรถของเขาลับ สายตาไปจึงง่วนอยู่กับการจัดข้าวของในห้อง มีเสิอผ้าอยู่สามสี่ชุดที่แวะซือเข้า มาหลังจากออกจากโรงพยาบาล นอกนั้นก็เป็นของใช้จุกจิกส่วนตัวที่หยิบติดมือ มานิดหน่อย เพราะฉะนั้นจึงใช้เวลาเพียงไม่นานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เหลือ เพียงผ้าปูเตียงกับผ้าห่มผืนหนาที่เจ้าของบ้านวางทิ้งไว้บนเตียงไมไผ่ที่เพิ่งเสร็จ หมาดๆ รอให้จัดการอยู่ แม่แรงไฟฟ้า รอยยิ้มอ่อนๆ ระบายไปทั่วสีหน้าขณะที่ปูผ้าสีชมพูอ่อนลงบนเตียงไมไผ่ แคร่อันเล็กทีห/อเพียงจะรองรับนาหนักชองหล่อนให้นอนหลับไปได้อย่างสบาย ทั้งคืน แต่ก็เล่นเอาคนทำเหงึ่อตกไปทลายตุ่ม มันเป็นความอ่อนหวานในหัวใจ กลายเป็นความคุ้นเคยกับการมีเขาอยู่ใกล้ๆ แต่ความหวามไหวก็เกิดได้เพียงไม่นานเมื่อคิดถึงว่าหล่อนมาที่นี่เพราะเหตุใด มีเรื่องใดหนอที่ศกรต้องการบอกหล่อน! แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ ฉับพลันคล้ายมีกลิ่นกรุ่นหอมลอยมาปะทะจมูก กลิ่นที่ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน โนความรู้สีก…กลิ่นคุณปรียางค์ศรี หญิงสาวนิ่วหน้า ใจคิดไปถึงลางสังหรณ์บางอย่างและอันตรายที่เกิดขึ้นรอบ ตอนที่พ่อตายแล้วพาเขากลับมาอยู่ที่เชียงราย แม่ก็ดูเหมือนจะหลงลืมดึ่มดํ่าความ ชุ่มเย็นแห่งธรรมชาติ แม่แยกตัวออกมาซื้อบ้านอีกหลัง ใช้ชีวิตอยู่กับความหรูหรา ฟูฟาทำตัวเป็นดาวลังคม หากคุณปรียางค์ศรีไม่ล้มปวยลงและเขาต้องไปพยาบาล รักษา แม่แทบจะไม่เคยย่างกรายไปที่นั่น คุ้มภูคากาซะลอง “แล้วนี่รู้มัย เดี๋ยวนียัยปีบทำตัวเหลวไหลใหญ่แล้ว ออกจากโรงพยาบาล ป็บก็วิ่งแจ้นไปอยู่กับนายศกป็บ ส่วนที่คุ้มก็ทิ้งนายดิสธรให้อยู่เสวยสุข ไม่รู้ ผู้หญิงสมัยนี้คิดอะไรกัน” เสียงแม่ถอนหายใจแต่ไม่ได้หนักหน่วง เต็มไปด้วยความหงุดหงิดรำคาญ ใจมากกว่า เขาเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กันเมื่อรู้ว่าลูกชายท่านรัฐมนตรียังอยู่ที่นั่น เหมือนทุกคนจะIม่ยินดียินร้ายต่อเหตุการถ1ที่”เกิด ดิสธรยังลอยนวลอยู่ที่คุ้ม แม่แรงตะเข้ “ผมคิดว่าเขากลับไปแล้ว”… Continue reading เพียงผ้าปูเตียงกับผ้าห่มผืนหนาที่เจ้าของบ้านวางทิ้งไว้บนเตียง

แต่ความตังใจพลันเปลี่ยนเมื่อกาซะลองเดินมาถึงบริเวณซุ้มที่นั่งรับรอง แขก จากระยะที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำให้พอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้กองหนุ่มนั่งเคียง อยู่กับเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มหุ่นบอบบาง คนที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคือเด็กใน ปกครองที่ชื่อแพรสา ท่าทางของคนทั้งคู่ดูเหมือนมีลับลมคมใน โดยเฉพาะสายตา ของแพรสาบ่งบอกความรู้สีกออกมาอย่างชัดเจน หญิงสาวชะงักยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่แม้แต่จะคิดก้าวไป แตกอดไม’ได้ที่จะ แอบมองไปยังคนทั้งคู่ แม่แรงไฟฟ้า ศกรตีสีหน้าไม่ถูกเมื่อได้รับการตัดพ้อต่อว่าจากแพรสา เด็กสาวรํ่าไห้ นํ้าตาไหลพรากเมื่อรู้ว่าคนที่เฝ็ารอกำลังรอใคร “ผู้กองไม่สนใจเลยหรือคะ ว่าแพรกำลังมีทุกข์มีร้อนอะไร” “ขอฉันคุยธุระกับคุณปีบก่อนนะแพร” “ก็คุณปีบไม’มาคุยกับผู้กองนี่คะ ผู้กองจะรออะไรอีก” บอกด้วยเสียงเครือ สะอื้น นาทีนี้สาวน้อยแพรสาไม่รู้หรอกว่ากำลังทำสิงไม่สมควรอันใด รู้แต่ว่าหัวใจ มันทุกข์ร้อนเหลือเกิน ยิ่งเห็นเขาไม,สนใจไยดีหัวใจก็แทบสลาย เด็กสาวยื่นมือ ไปเหนี่ยวแขนแข็งแรงไว้ บอกเขาด้วยหัวใจที่ร้าวราน “แพรถูกคุณฤษด์ลวนลาม..; มีความจำเป็นทีจะต้องตื่นเต้นอยากอยู่พูดคุยกับเขา แม่แรง ไฟฟ้า รถยนต์ ยิ่งคิดไปถึงใบหน้าสวยหวานของศรานตาก็ยิ่งรู้สืกโกรธ ปวยการที่จะเก็บ เขามาใส่ใจ เดินไปล้างมือที่เลอะในอ่างนํ้าพลางบอก “จะเอาชาไปให้คุณยายใช่มั้ย เดี๋ยวฉันเอาไปให้เอง” “แล้วผู้กองล่ะคะ” “ไม่มีใครว่างเดี๋ยวเขาก็ไปเองแหละ จัดเครื่องดื่มไปให้เขาหน่อยแล้วกัน อ้อ แล้วคุณดิสธรล่ะ มีใครไปส่งแล้วหรือยัง” “ไปส่ง…ส่งที่ไหนคะ” สีหน้าแววตาท่าทางของคำสร้อยบอกให้กาซะลองรู้ว่าลูกชายของท่านรัฐมนตรี ไม่ได้ทำตามที่บอก อ่อนใจขึ้นมาทันที นี่จะต้องพูดกี่ครั้งกี่หนถึงจะเข้าใจ ถ่วงเวลาที่จะไปพบกับผู้กองหนุ่มด้วยการอยู่พูดคุยกับคุณยาย แต่คุณ ปรียางค์ศรีเพียงดูสีหน้าผู้เป็นหลานก็รู้… Continue reading